รู้ก่อนศัลย์ โรคไหนบ้างที่ทำไม่ได้ ?!

Last updated: 25 ม.ค. 2567  |  2182 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รู้ก่อนศัลย์ โรคไหนบ้างที่ทำไม่ได้ ?!

สำหรับใครที่ต้องการทำศัลยกรรมไม่ว่าจะเป็นการทำตาสองชั้น ทำปากกระจับ หรือเสริมจมูก ควรเช็กให้ดีว่าตนเองมีโรคประจำตัวเหล่านี้หรือไม่ ? 

โรคเอดส์ (HIV)
โรคเลือด
โรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง

โรคเอดส์ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) 

ชื่อเต็มคือ Immune deficiency syndrome เกิดจากการติดเชื้อ HIV (Human immunodeficiency virus) มีการดำเนินโรคไปแล้วประมาณ 10 ปี อยู่ในช่วงพัฒนาเต็มขั้นหรือที่เรียกว่าระยะสุดท้ายที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายถูกทำลาย ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอจนนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น วัณโรค ปอดอักเสบ PJP หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และมะเร็งบางชนิด 

HIV เป็นเชื้อในตระกูลรีโทรไวรัส (Retrovirus) ที่มีสารพันธุกรรมแบบ RNA มีคุณสมบัติพิเศษ คือ การเปลี่ยนสารพันธุกรรมของตนเองให้เป็น DNA ของเซลล์โฮสต์ได้ จากนั้นมันจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานในโครโมโซมของเซลล์โฮสต์และเข้าไปป้อนคำสั่งแทน DNA จากนั้นมันจะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนไปเรื่อย ๆ 

แต่ในปัจจุบันโลกของเรามีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย การรักษาโรคนี้จึงมีความก้าวหน้ามากขึ้น เมื่อผู้ป่วยเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงเข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ทางแพทย์เองก็สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น มียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจาก HIV

แล้วทำไมผู้ป่วยโรค HIV จึงไม่สามารถทำศัลยกรรมได้ ? นั่นก็เพราะการศัลยกรรม คือ การเข้ารับการผ่าตัด และคนที่เป็น HIV คือคนที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำแบบขีดสุด เชื้อโรคด้านนอกพร้อมจะเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา หากเข้ารับการผ่าตัดจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หมอส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องเลี่ยงคนไข้ HIV เพราะคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก

โรคเลือด

โรคเลือดมีหลากชนิดแต่เรามักจะคุ้นชินกับคำว่า ‘โลหิตจาง’ และ ‘ธาลัสซีเมีย’ เพราะเป็นโรคที่เราได้ยินกันบ่อยสุด ซึ่งโรคเลือด หมายถึง โรคที่มีความผิดปกติของเม็ดเลือดไขกระดูก ระบบ Reticuloendothelial ต่อมน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งปัจจัยการแข็งตัวของเลือด แบ่งออกเป็น  2 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มมะเร็งระบบเลือด เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งไขกระดูก

2. โรคเลือดที่ไม่ใช่มะเร็ง 
โรคที่มีภาวะโลหิตจางอย่าง ธาลัสซีเมีย เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 และโฟเลต โรคนี้จะมีอาการอ่อนเพลียง่าย ในกรณีที่เลวร้ายอาจจะถึงขั้นเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้เลย

โรคที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุด โรคตับ หรือภาวะลิ่มเลือดกระจายในหลอดเลือด

โรคที่มีความผิดปกติของไขกระดูก เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ จะมีอาการเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง เลือดออกง่าย เป็นจ้ำเลือดบ่อย และมีโรคติดเชื้อ

โรคที่มีการอุดตันของหลอดเลือดดำที่พบบ่อย คือ หลอดเลือดดำที่ขาอุดตันทำให้ขาบวมข้างเดียว และก้อนเลือดอาจหลุดไปอุดที่หลอดเลือดในปอดได้


เนื่องจากโรคเลือดต่าง ๆ มักจะมีอาการเลือดออกง่าย เป็นจ้ำหรือช้ำเลือดได้ง่าย อีกทั้งยังคงเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นก่อนจะทำศัลยกรรมควรตรวจค่าเลือดก่อนว่ามีปัญหาสำหรับการเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องเลือดหยุดไหลยากจึงทำให้เสี่ยงต่อการผ่าตัด หากค่าเลือดไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติแพทย์มักจะไม่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมให้เพราะคนไข้จะเสี่ยงอันตราย

โรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง

ภูมิแพ้เป็นโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยร่างกายจะมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกง่ายกว่าปกติ เช่น สภาพอากาศ อาหาร หรือสารต่าง ๆ ที่เข้ามาในร่างกาย เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลกรวมถึงในไทยด้วย ซึ่งที่น่าตกใจคือประเทศไทยมีแนวโน้มเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตามภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อแต่มีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ

กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นภูมิแพ้เราเองก็มีโอกาสที่จะเป็นภูมิแพ้ตามด้วยเช่นกัน
สิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมภายนอกสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางตั้งแต่ การหายใจ การทานอาหาร หรือแม้แต่การสัมผัส สิ่งแวดล้อมจากภายนอกที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่พบได้บ่อย เช่น ฝุ่น ละอองเกสร หรือส่วนผสมในอาหารอย่าง นมวัว อาหารทะเล เป็นต้น

ซึ่งจริง ๆ แล้วอาการภูมิแพ้มักจะไม่รุนแรง แต่ก็มีภูมิแพ้ชนิดรุนแรงเช่นเดียวกันนั่นก็คือโรคอนาฟิแลกซิส (Anaphylaxis) ที่อันตรายถึงชีวิต เป็นปฏิกิริยาการแพ้รุนแรงเฉียบพลันเมื่อร่างกายได้รับสารบางอย่างที่เข้าไปกระตุ้นในร่างกาย เช่น อาหาร ยา แมลง หรือสารอื่น ๆ เนื่องจากร่างกายของคนเป็นโรคนี้จะไวต่อสารกระตุ้นที่กล่าวมามากกว่าคนทั่วไป ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาทันทีอาจนำไปสู่สภาวะช็อกและอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

ซึ่งร่างกายจะมีระบบที่แสดงอาการแพ้อยู่หลัก ๆ 4 ระบบ ได้แก่

1. ระบบผิวหนังและเยื่อบุ มีอาการผื่นคัน ตัวแดง ลมพิษ มีอาการบวมที่ตา ปาก และใบหน้า

2. ระบบทางเดินหายใจ มีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอกและลำคอ เสียงแหบฉับพลัน

3. ระบบทางเดินอาหาร มีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย

4. ระบบหัวใจและหลอดเลือด มีอาการหน้ามืด เป็นลม หมดสติ ช็อก ความดันต่ำ

โดยทั่วไปแล้วร่างกายจะมีกลไกการป้องกันตัวเองจากสิ่งแปลกปลอมที่คาดว่าเป็นอันตรายอยู่แล้ว ซึ่งเนื้อเยื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมนั้นด้วยการหลั่งสารฮิสตามีนและสารเคมีตัวอื่นทำให้เกิดอาการแพ้ตามมา แต่กับบางคนจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสารแปลกปลอมมากกว่าคนอื่น จึงทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรงหรืออนาฟิแลกซิสนั่นเอง

ซึ่งในคนที่มีอาการแพ้รุนแรงไม่เหมาะกับการศัลยกรรม เพราะการศัลยกรรมบางอย่างเป็นการนำสารหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ในคนไข้บางรายอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือในบางรายอาจจะไม่อันตรายร้ายแรงแต่จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าคนทั่วไปแพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยแนะนำ แต่หากเป็นเพียงภูมิแพ้ธรรมดาก็สามารถทำศัลยกรรมได้ตามปกติ แค่ต้องดูแลและหมั่นสังเกตอาการตัวเองหลังจากเข้ารับการผ่าตัด

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Source

Source

Source

Source

Source

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้