ฟื้นฟูผมร่วง ผมบาง ด้วยนวัตกรรมใหม่ “PRP” ใช้เกล็ดเลือดรักษา

Last updated: 25 ม.ค. 2567  |  663 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ฟื้นฟูผมร่วง ผมบาง ด้วยนวัตกรรมใหม่ “PRP” ใช้เกล็ดเลือดรักษา

        เลือด ส่วนประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต แต่ใครเล่าจะรู้ว่าคุณสมบัติของเลือดนั้นมีนานัปการ เช่น ช่วยในการหายใจ ลำเลียงอาหาร ต่อต้านการติดเชื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังสามารถรักษาโดยการใช้เลือดได้ นั่นก็คือ การทำ PRP

        วันนี้ Hair Life By Ronnapee Clinic จะพาทุกคนไปรู้จักกับ PRP ให้มากขึ้นกันค่ะ

       PRP คืออะไร
       PRP หรือ Platelet Rich Plasma คือ การนำเลือดของคนไข้มาปั่นแยกจนได้เป็นพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น หลังจากนั้นนำไปเข้ากระบวนการฉายแสง ก่อนจะฉีดในบริเวณที่ผู้ป่วยมีปัญหา เช่น อาการบาดเจ็บ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังช่วยฟื้นฟู กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อให้ดีขึ้น

      เกล็ดเลือด มีส่วนสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพราะในเกล็ดเลือด มี Growth Factor ที่เป็นตัวกระตุ้นสเต็มเซลล์ให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และยังมีส่วนในการสร้างคอลลาเจน และเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดอีกด้วย

      ส่วนการ PRP เส้นผม คือการฉีดเข้าไปบริเวณหนังศีรษะ เพื่อฟื้นฟูเซลล์รากผมให้เกิดการสร้างใหม่ และให้รากผมแข็งแรงมากขึ้น

      ข้อควรรู้ ก่อนการฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น
      การฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือการฉีด PRP มีความปลอดภัยค่อนข้างมาก เพราะเป็นการใช้เลือดของผู้ป่วยเอง จึงไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ และยังไม่พบผลข้างเคียงหลังการฉีดอีกด้วย แต่ทั้งนี้หากในกรณีที่ยาชามีผลต่อการทำงานเกล็ดเลือด ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บจากการฉีดได้ เลยมีความจำเป็นที่ควรให้แพทย์วินิจฉัยคนไข้อย่างละเอียด เพื่อลดเอฟเฟ็กต์ที่จะเกิดขึ้นหลังการฉีดได้

      PRP เหมาะกับใคร ช่วยรักษาอะไรได้บ้าง
      PRP หรือพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น อุดมไปด้วยโปรตีน ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นเซลล์ให้เกิดการซ่อมแซม ลดการอักเสบ กระตุ้นการหายของแผล และคอลลาเจน พร้อมการสร้างเซลล์ผิวใหม่ หรือเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น PRP ช่วยอะไรได้อีกบ้าง

     ผิวหน้า
     นวัตกรรมนี้ถูกใช้ด้านของความงามอย่างแพร่หลาย เพื่อแก้ปัญหาความยืดหยุ่นของผิว ร่องแก้ม รอยคล้ำใต้ตา รวมไปถึงริ้วรอย สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ

     เส้นผม
     การแก้ปัญหาผมร่วง โรคผมบางจากพันธุกรรม สามารถใช้นวัตกรรมนี้ได้ด้วยเช่นกัน เพราะหน้าที่ของ PRP จะช่วยกระตุ้น และเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม ซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อหลังการปลูกผม และการเกิดใหม่ของเซลล์เส้นผม

     ข้อควรรู้ก่อน และหลังทำ PRP เส้นผม


     
    ก่อนทำ

  1. พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชม.
  2. งดยากลุ่มแก้อักเสบ 
  3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และสูบบุหรี่
  4. งดอาหารที่มีไขมันสูง
  5. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 2 ลิตร

   
     หลังทำ
  1. งดโดนน้ำ หรือสระผม ในบริเวณที่ทำอย่างน้อย 1 วัน
  2. สัปดาห์แรกหลังทำ ให้สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน หรือแชมพูเด็ก
  3. ไม่แคะ แกะ เกา ในบริเวณที่ทำ
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และสูบบุหรี่
  5. งดใช้เคมีเส้นผม เช่น เจลจัดแต่งทรงผม สเปรย์จัดแต่งทรงผม เป็นต้น
     ฉีด PRP 1 อยู่ได้นานกี่เดือน
     เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาด้วยการฉีด PRP จะต้องทำต่อเนื่องกันประมาณ 3 -10 ครั้ง จะอยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี และสามารถฉีดซ้ำได้ โดยต้องใช้เวลา 4 - 6 สัปดาห์ขึ้นไป จึงจะเริ่มเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ผลของการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุ รวมถึงการดูแลหลังการรักษาร่วมด้วย

    5 โรคที่ไม่สามารถรักษาด้วยการทำ PRP ได้
  1. ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง หรือผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับโรคเลือด เช่น โรคเกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น
  2. ผู้ป่วยมีภาวะโรคติดเชื้อในกระแสเลือด
  3. ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือละลายลิ่มเลือด
  4. โรคผิวหนังที่มีการอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณศีรษะ เช่น เป็นเชื้อรา เป็นต้น
  5. ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
     ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีวิธีที่ช่วยในการรักษาผมร่วง ผมบาง หลายวิธี แต่การรักษาด้วย PRP นั่นมีความปลอดภัยมากกว่า ลดการต่อต้านของเซลล์เม็ดเลือดในร่างกาย อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัดอีกด้วย

     และถ้าใครสนใจรักษาด้วยวิธีนี้ หรือมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PRP สามารถปรึกษาได้ที่ Line Official : @hairliferpc 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้